ไล่ล่า! ขบวนการตุ๋น แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ไล่ล่า! ขบวนการตุ๋น แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

“แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หรือ “ขบวนการต้มตุ๋น” โดยใช้โทรศัพท์หลอกให้เจ้าของบัญชี “โอนเงิน” หรือ “ดูดเงิน” ออกไปจากบัญชี น่าสนใจว่าที่ผ่านมามี “คนไทย” ต้องตกเป็นเหยื่อมากมาย สร้างความเสียหาย…สูญเสียเงินมหาศาล

รายงานจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสะท้อนตัวเลขความเสียหายปี 2564 พบว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความถูกหลอกกว่า 1,600 คน มูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาท

กรณีตัวอย่างเพจเฟซบุ๊กตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ล่อลวงหญิงสาวรายหนึ่งให้โอนเงิน ได้เงินไปมากถึง 1,080,000 บาท โดยผู้เสียหายอยู่กรุงเทพฯ

เริ่มจาก…อ้างเป็น ตร.สภ.เมืองเชียงใหม่…มีพัสดุส่งของไปจีนโดยมีชื่อเหยื่อเป็นผู้ส่ง…ข่มขู่ขอตรวจสอบบัญชีธนาคารโดยให้โอนเงินเข้าบัญชีแก๊งเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี โดยอ้างว่าส่งให้ตรวจสอบแล้วหากไม่มีความผิดจะโอนคืน…บังคับพูดคุยไม่ให้วางสายโทรศัพท์เพื่อไปปรึกษาใครได้

กดดัน ข่มขู่ด้วยอ้างชื่อตำรวจ, บัตรประจำตัว, รูปถ่ายการจับกุมเก่าๆจากอินเตอร์เน็ต (ครั้งนี้ใช้บัตรเจ้าหน้าที่ ปปง.)…เหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาที่แก๊งส่งมาให้

ท้ายที่สุดก็…บล็อกไลน์ ระงับการติดต่อสื่อสาร

ข้างต้นไม่ใช่กรณีแรกและกรณีสุดท้าย หากแต่ทุกวันนี้ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ก็ยังระบาดหนักอยู่ ซึ่งแม้ว่าจะมีการนำเสนอข่าวเตือนให้ระวังตัวแล้ว แต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อ โอนเงินให้แก๊งมิจฉาชีพไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามระดมกวาดล้างอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังมีการตั้งฐานกันขึ้นมาใหม่

น่าสนใจด้วยว่า…แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ว่านี้เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปลี่ยนรูปแบบการสร้างเรื่องหลอกเหยื่อไปเรื่อยๆ

หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS บอกว่า ปัญหากำลังเกิดขึ้นทั่วโลกจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การจะแก้ปัญหาได้นั้นนอกเหนือจากการอัปเดตเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จะมาทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

รวมถึงสร้างการ “ตระหนักรู้” เท่าทันให้แก่ “ผู้ใช้งาน” ควบคู่กันไป

“การเปิดตัว AIS Spam Report Center 1185 ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม เพราะเป็นการทำงานเชิงรุกที่มิได้มองเพียงแค่การปิดกั้นการเข้าถึงจากมิจฉาชีพเท่านั้น แต่มองไปถึงการร่วมมือกับภาครัฐ อย่าง กสทช.และตำรวจไซเบอร์ เพื่อแก้ปัญหาให้ถึงต้นตอ”

นี่คือการบูรณาการทำงานเชิงรุก คาดหวังกันว่าจะสร้างความเกรงกลัวแก่มิจฉาชีพอยู่ไม่น้อย ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย มอบความอุ่นใจในการใช้งานบนโลกไซเบอร์…เครือข่ายปลอดภัยสำหรับคนไทย

ปรัธนา บอกอีกว่า การปกป้องข้อมูลและการใช้งานของลูกค้าคือเป้าหมายสูงสุดในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พัฒนาดิจิทัลเซอร์วิสอย่าง “AIS Secure Net”…ให้ลูกค้าใช้บริการฟรีเพื่อป้องกันภัยไซเบอร์จากการใช้งาน

ไม่ว่าจะเป็นสแปม ฟิชชิ่ง ไวรัสต่างๆ รวมถึงบริการ “Google Family Link”…สำหรับลูกค้าทุกเครือข่าย ที่สามารถดูแลการใช้งานโทรศัพท์มือถือของบุตรหลานให้อยู่บนความปลอดภัยและสร้างสรรค์

จากปัญหา “มิจฉาชีพ” ที่ละเมิดการใช้งานประชาชนที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบในปัจจุบันนั้น นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับ กสทช.ในการจัดระเบียบมิจฉาชีพที่แฝงการส่ง Spam SMS หรือ Spam โทร.มารบกวนลูกค้าเพื่อปิดกั้นตั้งแต่ต้นทางแล้ว

“เรายังมองถึงช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการแจ้งข้อมูล อันจะนำมาซึ่งการติดตาม ตรวจสอบ แก้ปัญหาแบบถอนรากถอนโคนอีกด้วย วันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะยืนยันถึงเจตนารมณ์ของเราที่จะให้ AIS เป็นเครือข่ายปลอดภัยของคนไทย”

สายด่วน 1185 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร.และ SMS มิจฉาชีพ หรือ “AIS Spam Report Center” สำหรับลูกค้า AIS สามารถโทร.ฟรีในรูปแบบ IVR Self Service และ AI Chatbot เพื่อแจ้งเบอร์โทร.หรือ SMS ที่คาดว่าเป็น…กลุ่มมิจฉาชีพ

เมื่อได้รับข้อมูลแล้วเราจะดำเนินการตรวจสอบถึงที่มา รายละเอียดการจดแจ้งลงทะเบียน รูปแบบการโทร. ซึ่งจะบ่งชี้ได้ว่าเป็นเบอร์ หรือ SMS ของกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่ หลังจากนั้นเราจะดำเนินการบล็อกเบอร์และ SMS นั้นๆโดยทันที พร้อมแจ้งกลับไปยังลูกค้าภายใน 72 ชั่วโมง

ย้ำว่า…การทำงานในวันนี้ นอกเหนือจากการ…“บล็อกเบอร์” พร้อมรายงานการแจ้งร้องเรียนของลูกค้ากลับไปยัง กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว เรายังทำงานเชิงรุกโดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก…“กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” หรือ “ตำรวจไซเบอร์”

เพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อกลุ่มมิจฉาชีพ ด้วยการส่งข้อมูลของเบอร์โทร. SMS ของมิจฉาชีพไปยังตำรวจไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยทำให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจไซเบอร์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้

นับเป็นครั้งแรกในวงการธุรกิจโทรคมนาคม ที่มีการเปิดสายด่วน “AIS Spam Report Center” โทร. “1185” ฟรี แจ้งเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร. SMS มิจฉาชีพ พร้อมผนึกกำลัง…“ตำรวจไซเบอร์” ตรวจสอบ เพื่อเป้าหมายในการดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุดอย่างเด็ดขาด

…แก้ปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” แบบถอนรากถอนโคน

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เสริมว่า การที่ AIS อำนวยความสะดวกประชาชนในการแจ้งเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร. SMS จากกลุ่มมิจฉาชีพผ่านสายด่วนในครั้งนี้ นับว่ามีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน รวมถึงการทำงานของเราเป็นอย่างมาก

เพราะ…จะทำให้เราสามารถติดตาม “ผู้กระทำผิด” มาดำเนินคดีทางกฎหมายได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปสร้างความเดือดร้อน เสียหายให้กับผู้ที่รู้ไม่เท่าทันได้อีก

ข้อมูลที่ประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามานี้ ซึ่ง AIS ได้ทำการ “ตรวจสอบ” และพบว่าเป็น…“กลุ่มมิจฉาชีพ” จริง จะทำให้เราสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายได้อย่างแน่นอน

พล.ต.ท.กรไชย ย้ำว่า การทำงานร่วมกับภาคเอกชนในครั้งนี้ สอดคล้องกับภารกิจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คือ “การป้องกัน” และ “ปราบปราม” อาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยตรง ที่มีเป้าหมายในการยับยั้งรวมถึงแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

ประกาศๆ…เตือนภัยล่าสุด ช่วงนี้เป็นช่วงยื่นภาษีประจำปีของพี่น้องประชาชน ระวังมิจฉาชีพจะหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัว…โดยอ้างว่าจะทำการคืนภาษีให้จำนวนเท่านั้นเท่านี้ หรือไม่ก็หลอกให้เราไปทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม อย่า! หลงเชื่อเด็ดขาด ถ้าสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรง.

ที่มาthairath.co