จีนประสบความสำเร็จด้านรถยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดแผนอุดหนุนผู้ผลิต 30% ส่วนไทย ???

จีนเตรียมลดการอุดหนุนในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและผู้ผลิตต่างประเทศ หลังอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ของโลก โดยจะลดการอุดหนุนลง 30% ตามแผนที่เริ่มลดการอุดหนุนตั้งแต่ปี 2020 แต่จะลดลงต่อเนื่องจนถึงระดับที่รัฐบาลจีนไม่ต้องอุดหนุนอีกต่อไป ถือเป็นความสำเร็จของจีนในการปลุกปั้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศได้สำเร็จ

เรียกได้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลก และยังเป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ที่สุดของโลก หากจีนไม่เร่งดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม จีนจะกลายเป็นประเทศที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดของโลกทั้งจากการบริโภคและการผลิต หนึ่งในนั้นคือการอุดหนุนผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles – NEV) ทั้งรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง

โดยกระทรวงการคลังเตรียมแผนลดการอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2020 โดยจะลดแบบขั้นบันได 10% – 20% – 30% ตามลำดับ ซึ่งจีนเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและตั้งเป้าหมายให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างรายได้ 20% ของยอดขายรถยนต์ภายในปี 2025 แม้ว่ารัฐบาลจีนจะลดการอุดหนุน แต่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโบกอย่าง Volkswagen, GM, TOYOTA และ Tesla ก็กำลังลงทุนเพิ่มการผลิตในจีนมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้นอกจากลดเงินอุดหนุนแล้ว รัฐบาลจีนยังเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยกลุ่มอุตสาหกรรม China Association of Automobile Manufacturers คาดการณ์เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ยอดขาย NEV ในประเทศจีนช่วงปี 2022 จะเพิ่มขึ้น 47% เป็น 5 ล้าน เมื่อลองย้อนดูในไทยคงต้องใช้รถยนต์น้ำมันกันไปอีกระยะใหญ่กว่าโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มสมบูรณ์.

ขอบคุณที่มา: Reuters